จากประสบการณ์ 7 ปีในลอนดอน สิ่งที่ไม่มีใครบอกก่อนไปเรียนต่อต่างประเทศ | ประสบการณ์จริงจากเด็กนอก
การเรียนต่อต่างประเทศอาจดูเหมือนเต็มไปด้วยโอกาส ชีวิตใหม่ เพื่อนใหม่ และประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น
แต่ในความเป็นจริง การไปเรียนต่างประเทศไม่ได้มีแค่ภาพสวย ๆ ที่เราเห็นในโซเชียลมีเดีย
มันมีทั้งความเหงา ความกดดัน ค่าใช้จ่ายที่สูง การต้องดูแลตัวเอง และวันที่เราอาจตั้งคำถามว่า “เรามาทำอะไรอยู่ที่นี่?”
เดียร์ไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่อายุ 15 ปี เริ่มจากการไปเรียนที่ประเทศจีน ก่อนจะย้ายไปใช้ชีวิตและเรียนต่อในอังกฤษรวมประมาณ 7 ปี ตั้งแต่ระดับ A-Levels ปริญญาตรีด้านกฎหมาย จนถึงปริญญาโทที่ London School of Economics and Political Science หรือ LSE
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา เดียร์ได้รับทั้งประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ และบทเรียนที่ไม่มีใครเคยบอกก่อนเดินทาง
วันนี้เลยอยากเล่า 6 เรื่องจริงของการเรียนต่อต่างประเทศ สำหรับนักเรียนและผู้ปกครองที่กำลังตัดสินใจว่า การไปเรียนต่างประเทศเหมาะกับเราจริงไหม
มันไม่ได้สวยงามทุกวัน แต่ก็ไม่ได้แย่
สำหรับเดียร์ มันคือการเติบโตจริง ๆ

1. การไปอยู่คนเดียวในประเทศที่ไม่รู้จักใคร
ตอนเดียร์ไปเรียนที่ประเทศจีนครั้งแรก เดียร์อายุประมาณ 15 ปี
ตอนนั้นพูดภาษาจีนแทบไม่ได้เลย ไม่มีเพื่อน และไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นปรับตัวยังไง
ทุกอย่างเต็มไปด้วยความสับสน ตั้งแต่การสื่อสารในชีวิตประจำวัน กฎของหอพัก การอยู่ร่วมกับรูมเมต ไปจนถึงการต้องจัดการปัญหาเล็ก ๆ ด้วยตัวเอง
หลายคนเคยถามเดียร์ว่า
“ทำไมเดียร์ถึงได้ภาษาจีนเร็ว?”
คำตอบตรง ๆ คือ ตอนนั้นเดียร์แทบไม่มีทางเลือกค่ะ
เมื่อคนรอบตัวพูดภาษาจีนหมด เราก็ต้องพยายามพูด ต้องลองผิดลองถูก และต้องกล้าใช้ภาษา แม้จะยังพูดไม่ถูกก็ตาม
สภาพแวดล้อมบังคับให้เดียร์ต้องปรับตัวเร็วมาก
แต่ช่วงแรกก็ไม่ได้ง่ายเลย เดียร์เคยร้องไห้อยากกลับประเทศไทย และสุดท้ายก็ได้กลับจริงประมาณหนึ่งสัปดาห์
หลังจากนั้น เดียร์ตัดสินใจกลับไปจีนอีกครั้ง ลองสู้ต่อ และสุดท้ายสามารถสอบผ่าน HSK ระดับ 5 ได้
ประสบการณ์นี้ทำให้เดียร์เรียนรู้เป็นครั้งแรกว่า
บางครั้งเราจะพัฒนาตัวเองได้มากที่สุด ในช่วงเวลาที่เราไม่มีทางหนีจากความท้าทายนั้น
2. แรงกดดันที่ไม่มีใครค่อยพูดถึง
หลายคนอาจมองว่าชีวิตนักเรียนต่างประเทศดูอิสระ สนุก และมีเวลาท่องเที่ยวเยอะ
แต่ในความเป็นจริง การเรียนต่อต่างประเทศมีแรงกดดันอยู่หลายด้านมาก
ตั้งแต่ช่วงที่เรียนในจีน ต่อด้วย A-Levels ปริญญาตรี และปริญญาโท เดียร์ต้องรับผิดชอบทั้งเรื่องการเรียนและชีวิตประจำวันด้วยตัวเอง
สิ่งที่ต้องจัดการมีทั้ง
- การรักษาผลการเรียน
- การส่งงานให้ทัน
- การเตรียมสอบ
- การจัดตารางชีวิต
- การดูแลสุขภาพ
- การบริหารเงิน
- การทำงานหรือทำธุรกิจควบคู่กันในบางช่วง
ช่วง A-Levels เป็นหนึ่งในช่วงที่หนักมากสำหรับเดียร์ เพราะนอกจากเรียนแล้ว ยังต้องทำงานพาร์ตไทม์ด้วย หลังจากที่คุณพ่อคุณแม่ลดเงินสนับสนุนลง
แรงกดดันจึงไม่ได้มาจากเรื่องเรียนเพียงอย่างเดียว
แต่มาจากความรู้สึกว่า เราต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองทั้งหมด และหากเราจัดการไม่ดี ก็ไม่มีใครมาคอยตามแก้ปัญหาให้ตลอดเวลา
ประสบการณ์นี้ทำให้เดียร์โตเร็วขึ้นมาก แม้ตอนที่อยู่ในสถานการณ์นั้นจะไม่ได้รู้สึกสนุกเลยก็ตาม
3. ค่าใช้จ่ายเรียนต่อต่างประเทศสูงกว่าที่หลายคนคิด
หนึ่งในเรื่องที่นักเรียนและผู้ปกครองควรวางแผนอย่างจริงจังคือ ค่าใช้จ่าย
การเรียนต่อต่างประเทศไม่ได้มีแค่ค่าเทอม แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายรายการ เช่น
- ค่าเช่าที่พัก
- ค่าหอพัก
- ค่าอาหาร
- ค่าเดินทาง
- ค่าตั๋วเครื่องบิน
- ค่าวีซ่า
- ค่าประกันสุขภาพ
- ค่า Guardian สำหรับนักเรียนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
- ค่าอุปกรณ์การเรียน
- ค่ากิจกรรมและการใช้ชีวิต
สำหรับลอนดอน ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงมาก โดยเฉพาะเรื่องที่พักและค่าครองชีพ
นอกจากเรื่องเรียนแล้ว เดียร์เองก็เป็นคนที่ชอบทำกิจกรรม เช่น ดูละครเวที เล่นเทนนิส เรียนภาษาฝรั่งเศส และเรียนเรื่องไวน์ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากค่าเรียนและค่าที่พัก
เมื่อเปรียบเทียบจากประสบการณ์ส่วนตัว การใช้ชีวิตและเรียนในอังกฤษอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการเรียนในจีนประมาณ 3–4 เท่า หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับเมือง มหาวิทยาลัย และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
ไม่ได้หมายความว่าเราต้องตัดกิจกรรมทั้งหมดออก แต่ควรรู้ตัวเลขตั้งแต่ก่อนเดินทาง และวางงบประมาณที่รวมค่าใช้ชีวิตจริง ไม่ใช่ดูเฉพาะค่าเทอม
เพราะค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน เมื่อนำมารวมกันตลอดหนึ่งปี อาจกลายเป็นเงินก้อนใหญ่กว่าที่คิดมาก
4. ระบบการเรียนต่างประเทศต้องพึ่งตัวเองสูงมาก
ระบบการศึกษาในอังกฤษให้ความสำคัญกับ Independent Learning หรือการเรียนรู้ด้วยตัวเองสูงมาก
อาจารย์จะไม่ได้มานั่งตามว่าเราอ่านหนังสือหรือยัง ส่งงานหรือยัง หรือเตรียมสอบถึงไหนแล้ว
นักเรียนต้องรับผิดชอบเรื่องต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เช่น
- อ่านเนื้อหาก่อนเข้าเรียน
- ค้นคว้าเพิ่มเติมนอกห้องเรียน
- เตรียมคำถามสำหรับ Seminar
- ทบทวนบทเรียน
- ตามงานที่เรียนไม่ทัน
- วางแผนอ่านหนังสือก่อนสอบ
โดยเฉพาะสายกฎหมายที่เดียร์เรียน เนื้อหาค่อนข้างเยอะและการแข่งขันสูง การอ่านเฉพาะสิ่งที่อาจารย์สอนในห้องอาจไม่เพียงพอ
เดียร์ต้องอ่านคำพิพากษา บทความวิชาการ หนังสือ และวิเคราะห์ประเด็นต่าง ๆ ด้วยตัวเอง
ระบบแบบนี้เหมาะกับคนที่มีวินัยและจัดการเวลาได้ดี เพราะแม้จะดูเหมือนมีชั่วโมงเรียนน้อย แต่เวลาส่วนใหญ่จะถูกใช้ไปกับการอ่านและเตรียมตัวนอกห้องเรียน
ข้อดีคือ การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทุกคนเก่ง มีเป้าหมาย และทำหลายอย่างพร้อมกัน ทำให้เดียร์รู้สึกว่าตัวเองต้องพัฒนาให้รอบด้านขึ้น
เราไม่ได้เรียนรู้เพียงเพื่อสอบผ่าน แต่ต้องเรียนรู้วิธีคิด วิธีตั้งคำถาม และวิธีรับผิดชอบต่อคุณภาพงานของตัวเอง

5. ชีวิตทางสังคมสามารถเปลี่ยนตัวตนของเราได้
ลอนดอนเป็นเมืองใหญ่และมีผู้คนจากหลากหลายประเทศ
เพื่อนของเดียร์มาจากหลายช่วงของชีวิต ตั้งแต่โรงเรียน มหาวิทยาลัย ชมรม งานพาร์ตไทม์ งานอีเวนต์ และ Community ต่าง ๆ
แต่การอยู่ในเมืองใหญ่ไม่ได้แปลว่าเราจะมีเพื่อนโดยอัตโนมัติ
คนส่วนใหญ่มีตารางชีวิตของตัวเอง ทุกคนยุ่ง และอาจอยู่กันคนละมุมเมือง
หากอยากรักษาความสัมพันธ์ เราต้องตั้งใจนัดเจอ วางแผนล่วงหน้า และแบ่งเวลาให้กัน
ในช่วงแรก เดียร์ไม่ได้เป็นคนที่เข้าสังคมเก่งมาก แต่การอยู่ต่างประเทศทำให้ต้องกล้าพูดคุยกับคนใหม่ ๆ กล้าเข้าร่วมกิจกรรม และกล้าเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย
สุดท้าย เดียร์รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนที่เปิดกว้างและเป็น Extrovert มากขึ้น
เพื่อนต่างชาติยังทำให้เราได้เห็นว่า คนแต่ละประเทศมีวิธีคิด การใช้ชีวิต และมุมมองต่อความสำเร็จไม่เหมือนกัน
นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดของการเรียนต่างประเทศ เพราะเราไม่ได้เรียนรู้แค่เนื้อหาในห้องเรียน แต่ได้เรียนรู้โลกผ่านผู้คนที่เราเจอด้วย
6. ความเป็นอิสระคือสิ่งที่ได้มากที่สุด
หากถามว่าสิ่งที่เดียร์ได้รับมากที่สุดจากการเรียนต่อต่างประเทศคืออะไร คำตอบอาจไม่ใช่แค่ปริญญาหรือภาษา
แต่คือความสามารถในการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง
การอยู่ต่างประเทศทำให้เราต้องเรียนรู้เรื่องพื้นฐานที่ดูเหมือนเล็ก แต่สำคัญมาก เช่น
- ทำอาหาร
- ซักผ้า
- ทำความสะอาดบ้าน
- ซื้อของเข้าบ้าน
- จ่ายบิล
- วางแผนค่าใช้จ่าย
- ไปหาหมอด้วยตัวเอง
- แก้ปัญหาเมื่อเอกสารหรือวีซ่ามีปัญหา
- ดูแลสภาพจิตใจในวันที่รู้สึกเหงา
เดียร์คิดว่า “การอยู่คนเดียว” เป็นทักษะที่หลายคนอาจมองข้าม
เพราะมันไม่ได้หมายถึงการแยกตัวออกจากคนอื่น แต่หมายถึงการที่เรารู้ว่า ต่อให้ไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ ในทุกช่วงเวลา เราก็ยังสามารถดูแลตัวเองและพาชีวิตเดินหน้าต่อไปได้
ความเป็นอิสระไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว
มันค่อย ๆ เกิดจากการแก้ปัญหาเล็ก ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนวันหนึ่งเราหันกลับมาและรู้ว่า เราโตขึ้นมากกว่าที่คิด
เรียนต่อต่างประเทศคุ้มไหม?
สำหรับเดียร์ การเรียนต่อต่างประเทศคุ้มมาก
แต่ความคุ้มค่าไม่ได้มาจากชื่อมหาวิทยาลัยหรือการได้ใช้ชีวิตในเมืองที่สวยเท่านั้น
มันมาจากการที่เราต้องเติบโตในแบบที่อาจไม่มีทางเกิดขึ้น หากยังอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมตลอดเวลา
การไปเรียนต่างประเทศทำให้เดียร์ได้
- เข้าใจตัวเองมากขึ้น
- กล้าตัดสินใจ
- รับผิดชอบชีวิตตัวเอง
- ใช้ภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- พบเพื่อนจากหลายประเทศ
- เปิดรับวิธีคิดใหม่ ๆ
- เรียนรู้ที่จะอยู่กับความเหงาและความไม่แน่นอน
แน่นอนว่ามีวันที่เหนื่อย มีวันที่ร้องไห้ และมีวันที่อยากกลับบ้าน
แต่ประสบการณ์เหล่านั้นก็กลายเป็นส่วนสำคัญที่สร้างเดียร์ขึ้นมาในวันนี้

สิ่งที่นักเรียนควรถามตัวเองก่อนไปเรียนต่างประเทศ
ก่อนตัดสินใจไปเรียนต่อ เดียร์คิดว่านักเรียนควรถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมาว่า
- เราพร้อมอยู่ไกลครอบครัวหรือยัง?
- เราดูแลชีวิตประจำวันด้วยตัวเองได้แค่ไหน?
- เรามีวินัยในการเรียนโดยไม่มีคนคอยตามหรือไม่?
- เรารับมือกับความเหงาได้อย่างไร?
- เราพร้อมขอความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาหรือไม่?
- งบประมาณของครอบครัวครอบคลุมค่าใช้จ่ายจริงหรือไม่?
- ประเทศและระบบการศึกษาที่เลือกเหมาะกับตัวตนของเราหรือเปล่า?
การรู้สึกกลัวไม่ได้หมายความว่าเรายังไม่พร้อม
แต่เราควรรู้ว่าอะไรคือเรื่องที่ต้องเตรียมตัว เพื่อไม่ให้ต้องรับมือทุกอย่างโดยไม่มีแผน
สรุปจากประสบการณ์ของเดียร์
การเรียนต่อต่างประเทศไม่ใช่แค่เรื่องของการเรียน
แต่มันคือการออกไปสร้างชีวิตของตัวเองในสถานที่ที่เราอาจไม่รู้จักใคร ไม่เข้าใจภาษา และไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรม
มันอาจจะยาก
มันอาจจะเหงา
และมันอาจไม่ได้สวยงามเหมือนที่เราเห็นในรูปตลอดเวลา
แต่สำหรับเดียร์ มันคุ้มมาก
เพราะสิ่งที่ได้รับกลับมาไม่ใช่เพียงความรู้หรือวุฒิการศึกษา แต่คือความมั่นใจ ความเป็นอิสระ และความเข้าใจว่า ไม่ว่าเราจะถูกวางไว้ในสภาพแวดล้อมแบบไหน เราก็สามารถเรียนรู้และเติบโตได้
สำหรับนักเรียนและผู้ปกครองที่กำลังตัดสินใจว่า ควรไปเรียนต่อจีน อังกฤษ หรือประเทศไหนดี อย่าเลือกจากเพียงชื่อเสียงหรือ Ranking
ลองพิจารณาทั้งระบบการเรียน งบประมาณ บุคลิกของนักเรียน ความพร้อมในการใช้ชีวิต และเป้าหมายระยะยาว
เพราะประเทศที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศที่ดังที่สุด
แต่คือประเทศที่ช่วยให้นักเรียนคนนั้นเติบโตได้ดีที่สุด
สนใจวางแผนเรียนต่อประเทศจีน?
Chinese Chiwchiw พร้อมช่วยนักเรียนและผู้ปกครองวางแผนเส้นทางเรียนต่อจีน ตั้งแต่การเลือกมหาวิทยาลัย เมือง และหลักสูตร ไปจนถึงการสมัครทุน เตรียมเอกสาร ยื่นวีซ่า จัดหาที่พัก และเตรียมตัวก่อนเดินทาง
ทีมงานจะช่วยประเมินจาก
- ผลการเรียน
- ระดับภาษาจีน
- งบประมาณ
- เมืองที่สนใจ
- สาขาวิชาที่ต้องการเรียน
- เป้าหมายด้านการเรียนและอาชีพ
เพื่อแนะนำเส้นทางที่เหมาะกับนักเรียนแต่ละคน
ปรึกษาเรียนต่อจีนกับ Chinese Chiwchiw
Line: @chiwchiw
โทร: 099-485-5511
Facebook: Chinese Chiwchiw




