หมวดหมู่ เที่ยวจีน

เที่ยวชิงเต่าไปไหนดี? รวมคาเฟ่ ที่เที่ยว ร้านอาหาร และจุดถ่ายรูปใน Qingdao

ถ้าพูดถึงเมืองน่าเที่ยวและน่าใช้ชีวิตในประเทศจีน ชื่อของ ชิงเต่า หรือ Qingdao (青岛) อาจยังไม่ใช่เมืองแรกที่คนไทยนึกถึง แต่หลังจากเดียร์ได้ลองมาเที่ยวและใช้ชีวิตที่นี่ด้วยตัวเอง ต้องบอกเลยว่าเมืองนี้มีเสน่ห์กว่าที่คิดมาก

ชิงเต่าเป็นเมืองชายทะเลที่รวมหลายบรรยากาศเอาไว้ในเมืองเดียว ทั้งชายฝั่งทะเล ถนนที่มองลงไปเห็นน้ำ อาคารสไตล์ยุโรป ย่านเมืองเก่า คาเฟ่ริมทะเล และโซนเมืองใหม่ที่มีตึกสูงและโรงแรมหรู

ในบางมุมให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในเมืองชายทะเลของยุโรป แต่เมื่อเลี้ยวเข้าอีกถนนหนึ่งก็จะกลับมาเป็นเมืองจีนที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่น

บทความนี้เดียร์รวบรวมพิกัดที่ได้ไปจริง รวมถึงสถานที่ที่สามารถจัดเป็นเส้นทาง Qingdao City Walk ได้ เหมาะทั้งกับคนที่กำลังวางแผนเที่ยวชิงเต่า และนักเรียนที่สนใจมาเรียนภาษาจีนหรือเรียนต่อในเมืองนี้


ชิงเต่าเหมาะกับการเที่ยวแบบไหน?

ชิงเต่าเหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเที่ยวแบบไม่ต้องเร่งรีบ สามารถใช้เวลาหนึ่งวันเดินเล่นตามเมืองเก่า แวะคาเฟ่ ถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมยุโรป และจบวันด้วยการนั่งชมทะเลหรือดื่มที่บาร์ของโรงแรม

เมืองนี้ไม่ได้มีเพียงแลนด์มาร์กใหญ่ ๆ แต่จุดเด่นจริง ๆ คือบรรยากาศระหว่างทาง เช่น

  • ถนนที่ลาดลงไปเห็นทะเล
  • บ้านและอาคารหลังคาสีแดง
  • โบสถ์สไตล์ยุโรป
  • ทางเดินเลียบชายฝั่ง
  • คาเฟ่ที่มองเห็นทะเลจากหน้าต่าง
  • ย่านเมืองเก่าที่เดินถ่ายรูปได้ตลอดทาง

สำหรับคนที่ชอบเดิน ชิงเต่าเป็นเมืองที่สนุกมาก เพราะหลายสถานที่ในเขตเมืองเก่าอยู่ไม่ไกลกัน สามารถจัดเป็นเส้นทางเดินเที่ยวหนึ่งวันได้โดยไม่ต้องขึ้นรถตลอดเวลา


พิกัดเที่ยวชิงเต่าในเขตเมืองเก่า

1. Zhanqiao Pier — สะพานจ้านเฉียว

ชื่อภาษาจีน: 栈桥
คำค้นหาในแผนที่จีน: 青岛栈桥

Zhanqiao Pier ถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่สุดของชิงเต่า ตัวสะพานทอดยาวจากฝั่งออกไปในทะเล และมีศาลาจีนทรงแปดเหลี่ยมอยู่บริเวณปลายสะพาน

บริเวณนี้เหมาะกับการเริ่มต้น Qingdao City Walk เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟชิงเต่า ย่าน Zhongshan Road และเขตเมืองเก่า

สิ่งที่เดียร์ชอบคือบรรยากาศริมทะเล มีนกนางนวลจำนวนมาก โดยเฉพาะในบางฤดูกาล นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นจะมาเดินเล่น ให้อาหารนก และถ่ายรูปริมชายฝั่ง

แนะนำให้มาช่วงเช้า หากอยากได้รูปที่คนน้อย หรือช่วงเย็นสำหรับแสงสวยและบรรยากาศคึกคัก

เหมาะสำหรับ:
เดินเล่นริมทะเล ถ่ายรูป ชมวิว และเริ่มต้นเส้นทางเที่ยวเมืองเก่า


2. St. Michael’s Cathedral — โบสถ์เซนต์ไมเคิล

ชื่อภาษาอังกฤษ: St. Michael’s Cathedral
ชื่อภาษาจีน: 圣弥厄尔教堂
คำค้นหาในแผนที่จีน: 青岛天主教堂

อีกหนึ่งภาพจำของชิงเต่าคือโบสถ์คาทอลิกที่มีหอคอยคู่และหลังคาสีแดง ตั้งอยู่ท่ามกลางอาคารในเขตเมืองเก่า

สถาปัตยกรรมของบริเวณนี้ให้ความรู้สึกแบบยุโรปมาก โดยเฉพาะเมื่อเดินผ่านตรอกและถนนรอบโบสถ์ จึงเป็นหนึ่งในจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูป

รอบ ๆ มีทั้งร้านกาแฟ ร้านขนม ร้านขายของที่ระลึก และพื้นที่นั่งพัก สามารถใช้เวลาเดินเล่นบริเวณนี้ประมาณ 30–60 นาที หรือนานกว่านั้นสำหรับคนที่ต้องการถ่ายรูปหลายมุม

ทิปถ่ายรูป:
ลองถ่ายจากถนนด้านล่างเพื่อเก็บตัวโบสถ์ทั้งสองหอ หรือขึ้นไปยังจุดชมวิวของ Manxin Hotel เพื่อถ่ายภาพโบสถ์จากมุมสูง


3. Zhongshan Road — ถนนจงซาน

ชื่อภาษาจีน: 中山路
คำค้นหาในแผนที่จีน: 青岛中山路

Zhongshan Road เป็นถนนสำคัญในเขตเมืองเก่าของชิงเต่า เชื่อมระหว่างโซน Zhanqiao Pier กับพื้นที่รอบ St. Michael’s Cathedral

ระหว่างทางมีอาคารเก่า ร้านอาหาร ร้านขายขนม และร้านค้าต่าง ๆ เหมาะกับการเดินชมเมืองมากกว่าการรีบเดินจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง

ช่วงกลางวันจะเห็นรายละเอียดของอาคารชัดเจน ส่วนช่วงเย็นร้านค้าและไฟตามถนนจะเริ่มเปิด ทำให้บรรยากาศแตกต่างออกไป

สำหรับคนที่มีเวลาไม่มาก สามารถจัดเส้นทางสั้น ๆ เป็น

Zhanqiao Pier → Zhongshan Road → St. Michael’s Cathedral → Manxin Hotel Rooftop

เส้นทางนี้ครอบคลุมทั้งทะเล เมืองเก่า สถาปัตยกรรม และจุดชมวิวภายในครึ่งวัน


4. Dabaodao Cultural and Leisure District

ชื่อภาษาจีน: 大鲍岛文化休闲街区
คำค้นหา: 大鲍岛文化休闲街区

Dabaodao เป็นย่านที่ได้รับการปรับปรุงจากเขตเมืองเก่าให้กลายเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม มีอาคารเก่า ร้านค้า คาเฟ่ และมุมถ่ายรูปหลายจุด

บรรยากาศของย่านนี้มีทั้งความย้อนยุคและความร่วมสมัย เหมาะกับคนที่ชอบเดินเล่นแบบไม่ต้องมีแพลนตายตัว

บางช่วงของปีจะมีการตกแต่งตามเทศกาล มีร้านป๊อปอัปและงานศิลปะ ทำให้เหมาะกับการมาในช่วงบ่ายและเดินต่อไปยัง Zhongshan Road


5. Daxue Road — กำแพงแดงถนนมหาวิทยาลัย

ชื่อภาษาจีน: 大学路
จุดยอดนิยม: 大学路网红墙

บริเวณกำแพงสีแดงของ Daxue Road เป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดนิยมของชิงเต่า จุดเด่นคือกำแพงสีแดง ขอบหลังคาสไตล์จีน และป้ายถนน Daxue Road

บริเวณใกล้เคียงยังมีคาเฟ่ ร้านเล็ก ๆ และภาพวาดตามกำแพง ให้บรรยากาศวัยรุ่นมากกว่าย่านเมืองเก่าส่วนอื่น

จุดนี้เหมาะกับการจับคู่กับ Xiaoyushan Park, Badaguan หรือพื้นที่ชายฝั่งในโซนใกล้เคียง


จุดชมวิวและจุดถ่ายรูปชิงเต่า

6. จุดชมวิวบนดาดฟ้า Manxin Hotel

ชื่อโรงแรม: Manxin Hotel Qingdao Zhanqiao Railway Station
ชื่อภาษาจีน: 青岛栈桥火车站漫心酒店
คำค้นหา: 漫心酒店 青岛栈桥

หนึ่งในจุดถ่ายรูปที่เดียร์ชอบมากคือดาดฟ้าของ Manxin Hotel เพราะสามารถมองเห็นทั้งหลังคาสีแดงของเมืองเก่า St. Michael’s Cathedral และวิวเมืองชิงเต่าในมุมสูง

มุมนี้ให้บรรยากาศแบบยุโรปมาก โดยเฉพาะวันที่ท้องฟ้าเปิดและมีแสงแดด เมื่อถ่ายรูปโดยให้โบสถ์อยู่ด้านหลัง ภาพจะดูเหมือนวิวเมืองยุโรปมากกว่าจีน

สำหรับแขกของโรงแรมสามารถขึ้นไปยังดาดฟ้าได้ฟรี ส่วนบุคคลภายนอกควรสอบถามค่าเข้ากับโรงแรมอีกครั้ง ปัจจุบันรีวิวผู้เดินทางระบุราคาประมาณ 39 หยวนต่อคน แต่ราคาและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้

ตอนที่เดียร์ไป มีบริการช่วยถ่ายภาพด้วยกล้องให้ คิดราคาเป็นรายรูป เดียร์ต่อราคาจาก 15 หยวนเหลือ 12 หยวนต่อรูป ซึ่งต้องบอกว่าเลนส์และคุณภาพรูปกลางแจ้งทำออกมาได้ค่อนข้างดี

เวลาที่เดียร์แนะนำ:
ช่วงบ่ายก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะแสงจะตกกระทบหลังคาและตัวโบสถ์สวยกว่าช่วงกลางวัน

หมายเหตุ:
เวลาทำการ ค่าขึ้นดาดฟ้า และบริการถ่ายภาพอาจเปลี่ยนแปลง ควรสอบถามพนักงานของโรงแรมในวันที่เดินทาง


7. May Fourth Square — จัตุรัสห้าสี่

ชื่อภาษาจีน: 五四广场
คำค้นหา: 青岛五四广场

May Fourth Square เป็นจัตุรัสริมทะเลในเขตเมืองใหม่ของชิงเต่า มีประติมากรรมสีแดงขนาดใหญ่เป็นแลนด์มาร์ก และมีทางเดินริมชายฝั่งที่สามารถเดินต่อไปยังพื้นที่ใกล้เคียงได้

จุดนี้เหมาะกับการมาในช่วงเย็นหรือกลางคืน เพราะอาคารและแลนด์มาร์กรอบอ่าวจะเริ่มเปิดไฟ บรรยากาศคึกคักแต่ยังสามารถเดินเล่นได้สบาย

เดียร์มาถึงชิงเต่าค่อนข้างดึกในวันแรก จึงไม่ได้ทำอะไรมาก และเลือกมาเดินเล่นบริเวณ May Fourth Square เพราะอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม

สำหรับคนที่พักในโซนเมืองใหม่ จุดนี้เป็นสถานที่ที่สามารถแวะมาได้ง่ายหลังทานอาหารเย็น May Fourth Square ยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเดินตามทางเลียบชายฝั่งของเมืองอีกด้วย


8. No.3 Bathing Beach — ชายหาดหมายเลข 3

ชื่อภาษาอังกฤษ: Qingdao Third Bathing Beach
ชื่อภาษาจีน: 第三海水浴场
คำค้นหา: 青岛第三海水浴场

ชายหาดหมายเลข 3 เป็นอีกจุดที่เหมาะกับการชมทะเลและมองวิวเมือง โดยเฉพาะช่วงเย็นที่จะเห็นแสงของอาคารฝั่งเมืองสะท้อนบนผิวน้ำ

บรรยากาศบริเวณนี้แตกต่างจาก Zhanqiao เพราะให้ความรู้สึกเป็นชายหาดสำหรับพักผ่อนมากกว่าแลนด์มาร์กทางประวัติศาสตร์

สามารถมาเดินเล่น ถ่ายรูปริมชายฝั่ง และต่อด้วยคาเฟ่หรือบาร์ที่อยู่ใกล้กันได้


คาเฟ่ชิงเต่าที่น่าไป

9. Hard Bean Cafe & Bar

คำค้นหา: Hard Bean Cafe & Bar Qingdao
บริเวณ: Qingdao Third Bathing Beach

Hard Bean เป็นคาเฟ่และบาร์ริมทะเลบริเวณชายหาดหมายเลข 3 เหมาะสำหรับคนที่อยากนั่งมองทะเลแบบไม่ต้องรีบไปไหน

จุดเด่นคือหน้าต่างกระจกและที่นั่งที่มองเห็นทะเลโดยตรง ในช่วงกลางวันจะได้แสงธรรมชาติและวิวทะเลแบบเปิด ส่วนช่วงเย็นจะเริ่มเห็นแสงเมืองฝั่งตรงข้าม

รีวิวปัจจุบันระบุว่าร้านมีทั้งที่นั่งด้านในและด้านนอก เน้นเครื่องดื่ม กาแฟ ชา และของว่าง เหมาะกับการนั่งพักระหว่างเที่ยวหรือรอชมพระอาทิตย์ตก

เหมาะสำหรับ:
ถ่ายรูปริมหน้าต่าง นั่งทำงานเบา ๆ เดต หรือพักหลังเดินเที่ยวบริเวณชายฝั่ง


10. 一杯沧海咖啡厅 — คาเฟ่วิวทะเล

ชื่อภาษาจีน: 一杯沧海咖啡厅
คำค้นหา: 一杯沧海咖啡厅 青岛

อีกหนึ่งคาเฟ่ที่เหมาะกับคนชอบวิวทะเลและบรรยากาศพักผ่อน ร้านตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สามารถมองเห็นแนวชายฝั่งและทะเลได้ชัดเจน

แนะนำให้นำชื่อภาษาจีนไปค้นหาใน Amap หรือ Baidu Maps เพราะชื่อภาษาอังกฤษอาจแสดงไม่เหมือนกันในแต่ละแอป

ก่อนเดินทางควรตรวจสอบสาขา เวลาเปิด และรีวิวล่าสุด เนื่องจากคาเฟ่ในจีนอาจมีการย้ายร้าน เปลี่ยนชื่อ หรือปรับเวลาให้บริการได้


11. Koala One Coffee

อีกหนึ่งคาเฟ่ริมทะเลที่เดียร์ได้แวะคือ Koala One Coffee บรรยากาศเหมาะกับการนั่งพักและถ่ายรูป โดยบริเวณหน้าร้านมีแผ่นกระจกสะท้อนที่สามารถถ่ายให้เห็นทั้งตัวเรา ร้าน และทะเลด้านหลังในเฟรมเดียว

จุดนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานมาก เหมาะกับการแวะระหว่างเดินเลียบชายฝั่ง สั่งเครื่องดื่มหนึ่งแก้ว แล้วนั่งพักดูทะเล

สำหรับสายถ่ายรูป แนะนำให้ลองถ่ายกับกระจกหน้าร้าน เพราะสามารถสร้างภาพที่มีเลเยอร์และเก็บบรรยากาศทะเลได้ดีมาก


ร้านอาหารและอาหารทะเลในชิงเต่า

12. 晟禾·海胆帝王蟹放题 — บุฟเฟต์ซีฟู้ด

ชื่อภาษาจีน: 晟禾·海胆帝王蟹放题
สาขาที่ค้นหาได้: 市南店
คำค้นหา: 晟禾海胆帝王蟹放题 青岛

ชิงเต่าเป็นเมืองที่เหมาะมากสำหรับคนชอบอาหารทะเล เพราะมีทั้งปลา กุ้ง ปู หอย เม่นทะเล และอาหารทะเลสดให้เลือกจำนวนมาก

ร้านนี้เป็นร้านบุฟเฟต์ที่เน้นเม่นทะเล ปูคิงแครบ ซาชิมิ อาหารทะเล และเมนูปรุงสุกหลากหลาย รายการอาหารที่แสดงในแพลตฟอร์มรีวิวจีนมีทั้งซาชิมิ กุ้ง ปลาไหล เนื้อย่าง และเมนูซีฟู้ดหลายประเภท

เหมาะกับคนที่อยากลองอาหารทะเลหลายอย่างในมื้อเดียว แต่ควรเช็กราคา เวลาให้บริการ เงื่อนไขบุฟเฟต์ และจองโต๊ะผ่าน Dianping ก่อนเดินทาง เพราะร้านประเภทนี้อาจมีหลายแพ็กเกจ

สำหรับตัวเดียร์ที่ไม่ได้ทานอาหารทะเล เมืองนี้อาจมีความท้าทายนิดหน่อย เพราะหลายร้านดังของชิงเต่าจะเน้นซีฟู้ดเป็นหลัก แต่ก็ยังมีร้านอาหารจีนทั่วไป อาหารเกาหลี อาหารตะวันตก และร้านอาหารในห้างให้เลือกเยอะ


13. Tsingtao Brewery Museum

ชื่อภาษาอังกฤษ: Tsingtao Brewery Museum
ชื่อภาษาจีน: 青岛啤酒博物馆
คำค้นหา: 青岛啤酒博物馆

แม้ชื่อจะเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่ที่นี่เหมาะจะจัดอยู่ในแพลนของคนที่สนใจทั้งประวัติศาสตร์ อาหาร และเครื่องดื่ม

ภายในนำเสนอเรื่องราวของแบรนด์ Tsingtao การผลิตเบียร์ และประวัติอุตสาหกรรมของเมือง บริเวณใกล้กันยังมี Beer Street และร้านอาหารหลายร้าน

เหมาะสำหรับช่วงบ่าย ก่อนต่อด้วยอาหารเย็นหรือไปบาร์ในช่วงกลางคืน

ควรตรวจสอบประเภทบัตร เวลาเข้าชม และเงื่อนไขการชิมเครื่องดื่มก่อนเดินทาง โดยผู้ที่มีอายุต่ำกว่าเกณฑ์หรือไม่ดื่มแอลกอฮอล์ยังสามารถเข้าชมส่วนพิพิธภัณฑ์และประวัติศาสตร์ได้ตามเงื่อนไขของสถานที่


บาร์และโรงแรมในชิงเต่า

14. St. Regis Bar

สำหรับคนที่อยากจบวันด้วยบรรยากาศเงียบและวิวเมือง สามารถแวะไปที่บาร์ของโรงแรม St. Regis ได้

บรรยากาศจะเหมาะกับการพักผ่อนหลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน มากกว่าการไปปาร์ตี้เสียงดัง โดยเฉพาะสำหรับคนที่เดินทางคนเดียวหรืออยากนั่งทำงานและคุยกับเพื่อนแบบสบาย ๆ

เดียร์ไปในคืนแรกหลังเดินทางถึงชิงเต่า แต่เนื่องจากเที่ยวบินล่าช้าและค่อนข้างเหนื่อย จึงใช้เวลาอยู่ที่โรงแรมเป็นหลัก

ราคาขั้นต่ำ การแต่งกาย เวลาเปิด และการจองโต๊ะอาจเปลี่ยนแปลง ควรเช็กกับโรงแรมโดยตรงก่อนเดินทาง


พักที่ไหนดีในชิงเต่า?

MaxX Hotel

ทริปนี้เดียร์พักที่ MaxX Hotel ในห้อง Executive Suite ซึ่งมีทั้งห้องนอนและห้องนั่งเล่นแยกกัน

รูปแบบห้องสะดวกมากสำหรับคนที่มาเที่ยวพร้อมทำงาน เพราะสามารถใช้ห้องนั่งเล่นเป็นพื้นที่ประชุม เปิดคอมพิวเตอร์ หรือจัดของได้ โดยไม่ทำให้พื้นที่นอนรกเกินไป

โรงแรมอยู่ไม่ไกลจาก May Fourth Square จึงสามารถออกไปเดินเล่นริมทะเลในช่วงเย็นได้สะดวก

สำหรับคนที่เลือกที่พักในชิงเต่า แนะนำให้แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองโซนหลัก

พักเขตเมืองใหม่

เหมาะกับคนที่ต้องการโรงแรมทันสมัย ห้าง ร้านอาหาร และวิวเมือง ใกล้ May Fourth Square และย่านธุรกิจ

พักเขตเมืองเก่า

เหมาะกับคนที่ต้องการเดินเที่ยว Zhanqiao Pier, Zhongshan Road, St. Michael’s Cathedral และคาเฟ่สไตล์ยุโรป

ถ้ามีเวลาเที่ยวเพียง 1–2 วัน การเลือกโรงแรมให้ใกล้กับสถานที่หลักจะช่วยประหยัดเวลาเดินทางได้มาก


แพลนเที่ยวชิงเต่า 1 วัน ฉบับ City Walk

สำหรับคนที่ชอบเดินและอยากเก็บสถานที่หลักในเขตเมืองเก่า สามารถใช้เส้นทางนี้ได้

ช่วงเช้า

08:30 น. — Zhanqiao Pier

เริ่มต้นที่สะพานจ้านเฉียว เดินเล่นริมทะเลและถ่ายรูปกับศาลากลางน้ำ หากมาช่วงที่มีนกนางนวลจะยิ่งได้บรรยากาศเฉพาะของชิงเต่า

10:00 น. — Zhongshan Road

เดินต่อเข้าสู่ย่านเมืองเก่า แวะร้านขนม คาเฟ่ และถ่ายรูปกับอาคารระหว่างทาง

10:45 น. — St. Michael’s Cathedral

ใช้เวลาบริเวณโบสถ์ประมาณ 30–45 นาที พร้อมเดินชมถนนและร้านค้าโดยรอบ

ช่วงเที่ยง

12:00 น. — รับประทานอาหารในเขตเมืองเก่า

เลือกได้ทั้งร้านอาหารทะเล ร้านอาหารซานตง หรือคาเฟ่ใกล้ Zhongshan Road

ช่วงบ่าย

13:30 น. — Dabaodao District

เดินชมอาคารเก่า ร้านค้า และโซนวัฒนธรรม

15:00 น. — Manxin Hotel Rooftop

ขึ้นไปชมวิวเมืองเก่าและถ่ายรูปกับ St. Michael’s Cathedral จากด้านบน

16:00 น. — Daxue Road

เดินเล่นบริเวณกำแพงแดงและคาเฟ่รอบถนนมหาวิทยาลัย

ช่วงเย็น

17:30 น. — No.3 Bathing Beach

ชมทะเลและเดินริมชายหาด

18:30 น. — Hard Bean Cafe & Bar

นั่งพัก ดื่มกาแฟ หรือรอชมแสงเมืองหลังพระอาทิตย์ตก

เส้นทางจริงควรปรับตามสภาพอากาศ เวลาเปิดของสถานที่ และพลังงานของแต่ละคน


แพลนเที่ยวชิงเต่า 2 วัน

Day 1: เมืองเก่าและสถาปัตยกรรม

Zhanqiao Pier
→ Zhongshan Road
→ St. Michael’s Cathedral
→ Dabaodao District
→ Manxin Hotel Rooftop
→ Daxue Road

Day 2: ชายทะเลและเมืองใหม่

Badaguan
→ No.3 Bathing Beach
→ Hard Bean Cafe
→ May Fourth Square
→ Olympic Sailing Centre
→ รับประทานอาหารทะเลหรือไปบาร์ในช่วงเย็น


การเดินทางในชิงเต่า

ชิงเต่ามีระบบรถไฟใต้ดิน รถโดยสาร แท็กซี่ และแอปเรียกรถ ทำให้การเดินทางระหว่างเขตเมืองเก่าและเมืองใหม่ค่อนข้างสะดวก

แอปที่แนะนำสำหรับใช้ในจีน ได้แก่

  • Amap หรือ Gaode Maps — 高德地图
  • Baidu Maps — 百度地图
  • DiDi — 滴滴出行
  • Alipay — 支付宝
  • WeChat — 微信
  • Dianping — 大众点评

สำหรับค้นหาร้านและสถานที่ ควรคัดลอกชื่อภาษาจีนจากบทความนี้ไปค้นหา เพราะบางสถานที่อาจไม่ปรากฏเมื่อใช้ชื่อภาษาอังกฤษ


ชิงเต่าเหมาะกับใคร?

จากประสบการณ์ของเดียร์ ชิงเต่าเหมาะกับคนที่

  • ชอบเมืองชายทะเล
  • ชอบเดินเที่ยวและถ่ายรูป
  • ชอบอาคารสไตล์ยุโรป
  • อยากเที่ยวจีนในเมืองที่ไม่วุ่นวายเท่าปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้
  • ชอบคาเฟ่และการนั่งชมวิว
  • ชอบอาหารทะเล
  • อยากลองเที่ยวจีนคนเดียว
  • สนใจมาเรียนภาษาจีนหรือใช้ชีวิตระยะยาวในจีน

เมืองนี้ให้ความรู้สึกสงบแต่ไม่ได้เงียบ มีทั้งเมืองเก่า เมืองใหม่ และพื้นที่ธรรมชาติให้เลือกตามสไตล์ของแต่ละคน


ความรู้สึกหลังเที่ยวชิงเต่า

ทริปนี้เป็นอีกหนึ่ง solo trip ของเดียร์ และทำให้ได้เห็นว่าชิงเต่าไม่ได้เป็นเพียงเมืองสำหรับการท่องเที่ยว แต่เป็นเมืองที่สามารถใช้ชีวิตได้จริง

ความพิเศษของเมืองนี้ไม่ใช่แค่แลนด์มาร์กใดแลนด์มาร์กหนึ่ง แต่เป็นบรรยากาศของการเดินตามถนน มองเห็นทะเลอยู่ปลายทาง แวะดื่มกาแฟ แล้วค่อยเดินต่อไปยังอาคารเก่าหรือโบสถ์

สำหรับคนที่ชอบอาหารทะเล ที่นี่น่าจะเป็นสวรรค์ เพราะมีร้านซีฟู้ดให้เลือกเยอะมาก ส่วนเดียร์ที่ไม่ทานอาหารทะเลก็อาจต้องใช้ความพยายามในการเลือกร้านมากขึ้นเล็กน้อย แต่ยังสามารถหาร้านประเภทอื่นได้ไม่ยาก

เดียร์ยังถ่าย Vlog บรรยากาศเมืองชิงเต่าไว้ด้วย สามารถรอติดตามได้ทาง YouTube ของ Chinese ChiwChiw


เรียนภาษาจีนและเรียนต่อที่ชิงเต่า

นอกจากเป็นเมืองท่องเที่ยวแล้ว ชิงเต่ายังเป็นเมืองที่น่าสนใจสำหรับนักเรียนต่างชาติ เพราะมีมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ค่าครองชีพโดยทั่วไปเข้าถึงง่ายกว่าเมืองใหญ่อย่างปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ และมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการฝึกภาษาจีนในชีวิตประจำวัน

สำหรับนักเรียนที่สนใจเรียนภาษาจีน 1 เทอมหรือ 1 ปี สามารถศึกษารายละเอียดของ Qingdao City University ซึ่งมีหลักสูตรตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับสูง พร้อมหอพักภายในมหาวิทยาลัย

Chinese ChiwChiw ให้คำปรึกษาและดูแลตั้งแต่การเลือกหลักสูตร การเตรียมเอกสาร สมัครมหาวิทยาลัย ทำวีซ่า เตรียมตัวก่อนเดินทาง และให้คำแนะนำหลังเดินทางถึงประเทศจีน

สอบถามรายละเอียดผ่าน LINE Official:
@chiwchiw

11 พิกัดเที่ยวเฉิงตู กิน เที่ยว คาเฟ่ ช้อปปิ้ง ฉบับไปตามได้จริง

พูดถึง เที่ยวเฉิงตู หลายคนน่าจะนึกถึงแพนด้า หมาล่า และหม่าล่าหม้อไฟเป็นอันดับแรก

แต่หลังจากที่เดียร์เดินทางไปเฉิงตูหลายครั้ง ทั้งไปทำงาน ดูแลนักเรียน และใช้ชีวิตอยู่ในเมืองจริง ๆ เดียร์รู้สึกว่าเสน่ห์ของเฉิงตูมีมากกว่านั้นเยอะมากค่ะ

เฉิงตูเป็นเมืองที่มีความสมดุลแปลก ๆ ระหว่างความทันสมัยกับความชิล

วันหนึ่งเราสามารถไปดูแพนด้าตั้งแต่เช้า เดินพิพิธภัณฑ์ช่วงบ่าย แวะร้านชาน่ารัก ๆ แล้วไปกินของตลาดกลางคืนตอนเย็นได้ โดยที่แต่ละสถานที่ให้อารมณ์ไม่เหมือนกันเลย

ที่นี่มีทั้ง

  • ห้างขนาดใหญ่มาก
  • ร้าน Local Brand จีนที่ดีไซน์สวย
  • พื้นที่ศิลปะและ Creative Community
  • คาเฟ่นั่งทำงาน
  • ตลาดกลางคืน
  • ร้านชาจีนสมัยใหม่
  • ร้านอาหารไทยสำหรับวันที่คิดถึงบ้าน
  • และแน่นอน น้องแพนด้าที่ห้ามพลาด

บทความนี้เดียร์เลยรวบรวม 11 พิกัดเที่ยวเฉิงตู จากสถานที่ที่เดียร์ไปมาจริง เหมาะทั้งกับคนที่มาเที่ยวครั้งแรก นักเรียนที่กำลังจะมาเรียนต่อจีน หรือคนที่อาศัยอยู่ในเฉิงตูแล้วอยากหาที่เดินเล่นในวันว่าง

หมายเหตุ: ร้านค้า เวลาเปิด–ปิด และทางเข้าออกอาจเปลี่ยนแปลงได้ แนะนำให้นำชื่อภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนไปค้นใน Amap, Baidu Maps หรือ Dianping อีกครั้งก่อนเดินทางค่ะ


เฉิงตูเหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน?

เดียร์คิดว่าเฉิงตูเหมาะมากกับคนที่ไม่อยากเที่ยวแบบเร่งรีบเกินไป

เมืองนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าต้องตื่นเช้ามาเก็บแลนด์มาร์กให้ครบสิบแห่ง แต่เหมาะกับการค่อย ๆ เดิน กินข้าว ดื่มชา แวะร้านเล็ก ๆ และใช้เวลาอยู่กับบรรยากาศของเมือง

เฉิงตูเหมาะกับคนที่ชอบ

  • กินอาหารและลองร้านใหม่ ๆ
  • คาเฟ่และร้านชาจีน
  • ศิลปะ แฟชั่น และ Local Brand
  • ช้อปปิ้งในห้าง
  • Street Food และตลาดกลางคืน
  • สวนและพื้นที่เปิดโล่ง
  • การเดินทางในเมืองที่ค่อนข้างสะดวก
  • เมืองใหญ่ที่ยังมีบรรยากาศสบาย ๆ

ส่วนใครที่กำลังจะมาเรียนต่อเฉิงตู เมืองนี้ก็มีสถานที่ให้ใช้ชีวิตนอกมหาวิทยาลัยเยอะมาก ตั้งแต่ร้านนั่งอ่านหนังสือ ไปจนถึงย่านวัยรุ่นและพื้นที่ทำกิจกรรมช่วงสุดสัปดาห์


1. ร้านพระพุทธเจ้าสี่หน้า: ร้านอาหารไทยสำหรับวันที่คิดถึงบ้าน

พิกัดแรกเหมาะมากสำหรับคนไทยที่อยู่เฉิงตูหลายวันแล้วเริ่มคิดถึงอาหารบ้านเรา

ร้านนี้ในภาพใช้ชื่อภาษาจีนว่า 霁面肆 และเดียร์เรียกกันว่า “ร้านพระพุทธเจ้าสี่หน้า”

เมนูมีให้เลือกค่อนข้างเยอะ รสชาติเข้าถึงง่าย และหลายเมนูให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับอาหารไทย ไม่ว่าจะเป็นข้าวกะเพรา ไข่ดาว ส้มตำ หรือชาไทย

เดียร์รู้สึกว่าจุดเด่นของร้านคือ แม้จะอยู่ในจีน แต่รสชาติไม่ได้ถูกปรับจนเสียความเป็นอาหารไทยไปทั้งหมด โดยเฉพาะเมนูที่มีความเผ็ด เปรี้ยว และกลิ่นเครื่องเทศชัดเจน

วันที่เดียร์ไป ร้านมีลูกค้าเข้าค่อนข้างต่อเนื่อง และดูเหมือนว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้นจนมีการขยายพื้นที่ร้านแล้ว

เหมาะกับใคร?

  • นักเรียนไทยที่อยู่เฉิงตู
  • คนที่เดินทางหลายวันแล้วคิดถึงอาหารไทย
  • คนจีนที่อยากลองอาหารไทยรสชัด
  • กลุ่มเพื่อนที่อยากสั่งอาหารหลายอย่างมาแชร์กัน

เมนูที่น่าลอง

  • ข้าวกะเพราไข่ดาว
  • ส้มตำ
  • ชาไทย
  • อาหารจานเดียวสไตล์ไทย

คำค้นสำหรับแผนที่: 霁面肆


2. Wesley Valley: มุมชิลที่รวมร้านอาหาร คาเฟ่ และกิจกรรมไว้ด้วยกัน

Wesley Valley เป็นพื้นที่ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มีร้านหลายรูปแบบอยู่รวมกัน

ในบริเวณเดียวสามารถเจอทั้งร้านอาหารจีน อาหารญี่ปุ่น ร้านกาแฟ ร้านชา และแม้แต่ร้าน KFC จึงเหมาะกับการมาแบบกลุ่มที่แต่ละคนอยากกินไม่เหมือนกัน

สิ่งที่เดียร์ชอบคือบรรยากาศไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนห้างปิดทั่วไป มีพื้นที่เดินเล่น ต้นไม้ และร้านที่เปิดออกสู่ทางเดินด้านนอก ทำให้นั่งได้นานกว่าและไม่รู้สึกอึดอัด

บางโซนยังมีร้านสำหรับทำกิจกรรมหรือ Workshop เล็ก ๆ เหมาะกับวันหยุดที่ไม่ได้อยากเดินทางไปไหนไกล

เหมาะกับใคร?

  • คนที่อยากนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือ
  • กลุ่มเพื่อนที่อยากหาร้านกินข้าวแบบเลือกง่าย
  • คนที่ชอบพื้นที่กึ่ง Outdoor
  • นักเรียนที่อยากหาสถานที่ใช้เวลาช่วงบ่าย

ใช้เวลาเท่าไร?

ประมาณ 1–3 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นหากตั้งใจมานั่งคาเฟ่ทำงาน

ความรู้สึกของเดียร์

ที่นี่ไม่ได้เป็นแลนด์มาร์กที่ต้องเดินทางข้ามเมืองเพื่อมาเช็กอิน แต่เหมาะกับคนที่อยู่ใกล้ ๆ หรือใช้ชีวิตในเฉิงตู แล้วอยากได้สถานที่นั่งสบาย ไม่วุ่นวายเท่าแหล่งท่องเที่ยวหลัก


3. MixC Mall Chengdu: ห้างใหญ่ที่เดินได้ทั้งวัน

Chengdu MixC หรือ 成都万象城 เป็นหนึ่งในห้างขนาดใหญ่ของเฉิงตู มีทั้งพื้นที่ Indoor และ Outdoor รวมหลายอาคารและหลายโซน

ห้างนี้ใหญ่มากจริง ๆ ค่ะ ใครตั้งใจมาช้อปสามารถเผื่อเวลาครึ่งวันหรือทั้งวันได้เลย

ภายในมีทั้ง

  • ร้านเสื้อผ้า
  • ร้านเครื่องสำอาง
  • ร้านอาหาร
  • คาเฟ่
  • ร้านของเล่น
  • ร้านของขวัญ
  • ร้าน Character Goods
  • ร้าน Sanrio และสินค้าลิขสิทธิ์ต่าง ๆ

ช่วงกลางวันกับช่วงเย็นให้บรรยากาศต่างกันค่อนข้างมาก กลางวันจะเหมาะกับการเดินช้อปแบบจริงจัง ส่วนช่วงเย็นพื้นที่ Outdoor จะมีไฟ ร้านอาหาร และบรรยากาศคึกคักขึ้น

ทำไมคนที่อยู่เฉิงตูควรรู้จักที่นี่?

เพราะเป็นห้างที่ตอบโจทย์ทั้งการซื้อของ กินข้าว นัดเพื่อน และเดินหลบร้อนหรือหลบฝน

วันที่ไม่รู้จะไปไหน MixC เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างปลอดภัย เพราะมีอะไรให้ทำหลายอย่าง และใช้เวลาอยู่ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสถานที่บ่อย

เหมาะกับใคร?

  • สายช้อปปิ้ง
  • คนที่ชอบ Character Goods
  • ครอบครัว
  • กลุ่มเพื่อน
  • คนที่ต้องการร้านอาหารหลายตัวเลือกในที่เดียว

คำค้นสำหรับแผนที่: 成都万象城


4. Li Shanshan Tea หรือ 李山山茶事: ร้านชาจีนที่มีหลายสาขา

ร้าน Li Shanshan Tea หรือ 李山山茶事 เป็นร้านเครื่องดื่มชาที่เดียร์เห็นหลายสาขาในเฉิงตู

ร้านออกแบบให้มีกลิ่นอายจีนร่วมสมัย ใช้วัสดุและสีที่ดูเรียบ แต่ยังมีความน่ารักและเข้าถึงง่าย ไม่ได้ให้ความรู้สึกเป็นร้านชาจีนแบบพิธีการมากเกินไป

เครื่องดื่มมีทั้งชาสด ชานม และเมนูที่ผสมวัตถุดิบสไตล์จีน รสชาติค่อนข้างดื่มง่าย

จากที่เดียร์ลอง ตัวชามีกลิ่นชาชัดกว่าร้านที่เน้นแต่นมและน้ำตาล และ Packaging ก็น่ารักจนเหมาะกับการซื้อถ่ายรูปหรือถือเดินเที่ยว

จุดเด่น

  • มีหลายสาขา ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปร้านเดียว
  • ร้านตกแต่งสวย
  • เหมาะสำหรับพักระหว่างเดินเที่ยว
  • ได้ลองวัฒนธรรมชาจีนในรูปแบบทันสมัย
  • ราคาจับต้องง่ายกว่าการไป Tea House แบบเต็มรูปแบบ

ทิปจากเดียร์

ชื่อร้านชาจีนบางร้านอาจไม่มีชื่อภาษาอังกฤษที่ค้นหาเจอง่าย แนะนำ Copy คำว่า 李山山茶事 ไปค้นใน Amap หรือ Dianping จะเจอสาขาใกล้ตัวมากกว่าค่ะ


5. Dongjiao Jiyi หรือ 东郊记忆: ย่านวัยรุ่น ศิลปะ และแฟชั่นของเฉิงตู

หากถามเดียร์ว่ามีที่ไหนในเฉิงตูที่เหมาะกับวัยรุ่น ถ่ายรูปสวย และเดินได้เรื่อย ๆ เดียร์แนะนำ Dongjiao Jiyi หรือ 东郊记忆

พื้นที่นี้เคยเป็นเขตอุตสาหกรรม ก่อนถูกพัฒนาให้กลายเป็นย่านวัฒนธรรมและ Creative Park

สิ่งที่ยังเห็นได้ชัดคืออาคารอิฐ โครงสร้างโรงงาน และบรรยากาศ Industrial ซึ่งถูกนำมาผสมกับร้านสมัยใหม่ งานศิลปะ ร้านเสื้อผ้า คาเฟ่ และพื้นที่จัดกิจกรรม

ที่นี่มีร้าน Local Brand จีนค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะ

  • เสื้อผ้า
  • กระเป๋า
  • เครื่องประดับ
  • ของแต่งบ้าน
  • Art Toy
  • ของทำมือ
  • คาเฟ่และร้านขนม

ในภาพที่เดียร์ถ่ายยังมีร้านอย่าง Likio และร้านเสื้อผ้าหลายแบรนด์ รวมถึงกำแพงคำว่า 成都 ที่เป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปยอดนิยม

ทำไมเดียร์ชอบที่นี่?

เพราะเดินแล้วรู้สึกว่าได้เห็นอีกด้านหนึ่งของเฉิงตูที่ไม่ใช่แค่เมืองแพนด้าหรือเมืองอาหาร

ที่นี่สะท้อนความเป็นเมืองแฟชั่น ศิลปะ และวัฒนธรรมวัยรุ่นของจีนได้ดีมาก

ร้านจำนวนหนึ่งมีสไตล์เฉพาะตัว และบางแบรนด์อาจยังไม่มีสาขานอกประเทศจีน ทำให้การเดินช้อปสนุกกว่าห้างที่มีแต่แบรนด์ที่เรารู้จักอยู่แล้ว

เหมาะกับใคร?

  • วัยรุ่นและนักศึกษา
  • สายแฟชั่น
  • คนชอบถ่ายรูป
  • คนชอบ Art Toy และงานดีไซน์
  • คนที่อยากซื้อของจาก Local Brand จีน
  • Content Creator

ควรไปช่วงไหน?

ช่วงบ่ายต่อเนื่องถึงเย็นจะได้ทั้งแสงถ่ายรูปและบรรยากาศร้านตอนเปิดไฟ

เผื่อเวลาอย่างน้อย 2–4 ชั่วโมง เพราะพื้นที่ค่อนข้างกว้างและมีตรอกหรือร้านเล็ก ๆ ให้แวะเยอะ

คำค้นสำหรับแผนที่: 东郊记忆


6. คาเฟ่และร้านน่ารักรอบ Dongjiao Jiyi

นอกจากพื้นที่หลักของ Dongjiao Jiyi แล้ว บริเวณรอบ ๆ ยังมีคาเฟ่และร้านขนาดเล็กที่เหมาะกับการค่อย ๆ เดินสำรวจ

เดียร์เจอร้านธีมน่ารักหลายร้าน เช่น

  • ร้านคาเฟ่ตกแต่งด้วยตุ๊กตาหมี
  • ร้าน BeFine Cha
  • คาเฟ่โทนอบอุ่น
  • ร้านเครื่องประดับ
  • ร้านเสื้อผ้าแนววัยรุ่น
  • มุมถ่ายรูปที่ไม่ได้อยู่ในโซนคนหนาแน่น

ถ้ามาถึงแล้ว เดียร์ไม่แนะนำให้เดินเฉพาะถนนหลัก ถ้ามีเวลาให้ลองเดินเข้าไปตามซอยและพื้นที่รอบนอกด้วย เพราะบางร้านที่น่ารักที่สุดอาจไม่ได้อยู่ตรงจุดที่คนมารวมตัวกันเยอะ

เหมาะกับวันแบบไหน?

เหมาะกับวันที่ไม่ได้มีตารางแน่น อยากเดินเล่น แวะร้านตามอารมณ์ และถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ


7. Tianfu Art Park: พื้นที่ศิลปะที่ไม่ได้มีแค่พิพิธภัณฑ์

Tianfu Art Park หรือ 天府艺术公园 เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เดียร์แนะนำสำหรับคนที่ชอบงานศิลปะ สถาปัตยกรรม และพื้นที่เปิดโล่ง

ภายในพื้นที่มีทั้งอาคารจัดแสดงงานศิลปะ ห้องนิทรรศการ พื้นที่อ่านหนังสือ และคาเฟ่

ตัวอาคารมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภายในที่ใช้เส้นโค้ง ช่องแสง และโทนสีที่ทำให้ถ่ายรูปออกมาสวย

แม้ไม่ได้เป็นคนที่ติดตามงานศิลปะจริงจัง ก็ยังสามารถมาเดินเล่น ดูนิทรรศการ นั่งอ่านหนังสือ หรือถ่ายรูปได้

กิจกรรมที่ทำได้

  • ชมนิทรรศการ
  • ถ่ายรูปสถาปัตยกรรม
  • นั่งอ่านหนังสือ
  • ทำงานในคาเฟ่
  • เดินเล่นในพื้นที่สวน
  • ใช้เวลาช่วงบ่ายแบบไม่เร่งรีบ

ควรเผื่อเวลาเท่าไร?

ประมาณ 2–4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าสนใจนิทรรศการมากแค่ไหน

ทิป

นิทรรศการและเวลาเปิดอาจเปลี่ยนเป็นช่วง ๆ ควรตรวจในบัญชีทางการหรือแผนที่จีนก่อนเดินทาง

คำค้นสำหรับแผนที่: 天府艺术公园


8. Chengdu Panda Base: มาเฉิงตูแล้วไม่ดูแพนด้าเหมือนมาไม่ถึง

สถานที่ที่เกือบทุกคนต้องใส่ไว้ในแผนคือ Chengdu Research Base of Giant Panda Breeding หรือศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์แพนด้ายักษ์เฉิงตู

ที่นี่ไม่ได้มีเพียงแพนด้ายักษ์ แต่ยังสามารถเจอ Red Panda และเรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ การเพาะพันธุ์ และระบบนิเวศของสัตว์เหล่านี้ได้ด้วย

ตัวพื้นที่มีขนาดใหญ่กว่าที่หลายคนคิด จึงควรใส่รองเท้าที่เดินสบายและเตรียมเวลาไว้หลายชั่วโมง

ฐานแพนด้าตั้งอยู่ที่ 1375 Panda Avenue เขต Chenghua และเป็นทั้งศูนย์อนุรักษ์ วิจัย เพาะพันธุ์ และให้ความรู้เกี่ยวกับแพนด้ายักษ์และสัตว์หายากของจีน

ทำไมควรไปตอนเช้า?

เดียร์แนะนำให้ไปตั้งแต่เช้า เพราะ

  • อากาศยังไม่ร้อนมาก
  • แพนด้ามีโอกาสออกมาเคลื่อนไหวมากกว่า
  • ลดความเสี่ยงเจอคนจำนวนมากในช่วงสาย
  • มีเวลาเดินพื้นที่ต่าง ๆ ได้ครบกว่า

ช่วงเดือนมีนาคม–ตุลาคม ฐานเปิดรับผู้เข้าชมรอบเช้าตั้งแต่ 07.30 น. ส่วนเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์เริ่มที่ 08.00 น. แต่เวลาอาจเปลี่ยนได้ จึงควรตรวจจากเว็บไซต์หรือ WeChat ทางการก่อนวันเดินทาง

คำแนะนำสำคัญ

  • จองบัตรล่วงหน้า
  • ตรวจว่าจองประตูทางเข้าใด
  • ไปวันธรรมดาหากทำได้
  • ใส่รองเท้าที่เดินสบาย
  • เตรียมน้ำและหมวก
  • อย่าส่งเสียงดังหรือรบกวนสัตว์
  • เผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน

เหมาะกับใคร?

จริง ๆ แล้วเหมาะกับทุกคน ไม่ว่าจะมากับครอบครัว เพื่อน หรือมาเที่ยวคนเดียว

โดยเฉพาะ Red Panda ที่หลายคนอาจไม่ได้คาดหวัง แต่พอเห็นจริงแล้วน่ารักมากค่ะ

คำค้นสำหรับแผนที่: 成都大熊猫繁育研究基地


9. Fuqin Night Market: ตลาดกลางคืนที่ต้องมาแบบท้องว่าง

Fuqin Night Market หรือ 抚琴夜市 เป็นหนึ่งในตลาดกลางคืนที่เดียร์รู้สึกว่าเหมาะกับคนอยากสัมผัสบรรยากาศของกินแบบ Local

ตลาดตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของถนนวงแหวนชั้นที่หนึ่งของเฉิงตู และอยู่ไม่ไกลจากสถานี Fuqin

ตลาดมีร้านอาหารและรถเข็นเรียงต่อกันเป็นระยะทางค่อนข้างยาว สามารถเดินกินไปเรื่อย ๆ ได้หลายอย่าง ทั้งของคาว ของหวาน ของทอด ของย่าง และเครื่องดื่ม

สิ่งที่เดียร์เห็นและน่าลอง เช่น

  • เต้าหู้แผ่น
  • ของย่าง
  • เสียบไม้
  • มันฝรั่ง
  • อาหารเสฉวน
  • ขนมท้องถิ่น
  • น้ำผลไม้และชา
  • ของทอดที่ทำสดหน้าร้าน

บรรยากาศเป็นอย่างไร?

ที่นี่ไม่ได้เป็นตลาดที่ตกแต่งเพื่อการท่องเที่ยวมากนัก แต่ให้ความรู้สึกเป็นตลาดที่คนในพื้นที่มากินจริง

จึงค่อนข้างคึกคัก แออัด และมีกลิ่นอาหารตลอดทาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ค่ะ

ทิปจากเดียร์

  • มาแบบท้องว่าง
  • ซื้อทีละน้อยเพื่อให้ลองได้หลายร้าน
  • เตรียมทิชชู่เปียก
  • ใส่รองเท้าที่เดินง่าย
  • เตรียมระบบจ่ายเงินผ่าน Alipay หรือ WeChat Pay
  • หากไม่กินเผ็ด ให้บอกว่า 不要辣 หรือ “ไม่เอาเผ็ด”
  • ถ้าอยากได้เผ็ดน้อย ใช้คำว่า 微辣

ราคาหลายร้านจับต้องได้ แต่หากลองหลายอย่างรวมกันก็อาจใช้เงินมากกว่าที่คิด ดังนั้นจะมากับเพื่อนแล้วแบ่งกันกินก็สนุกดี

คำค้นสำหรับแผนที่: 抚琴夜市


10. COSMO Chengdu: แหล่งรวมแฟชั่นและแบรนด์จีนสายดีไซน์

COSMO Chengdu เหมาะกับคนที่อยากเห็นว่าแฟชั่นวัยรุ่นจีนตอนนี้เป็นแบบไหน

ในห้างมีร้านเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ และร้านตกแต่งสวยหลายร้าน โดยจำนวนมากเป็นแบรนด์จีนหรือแบรนด์ที่พบในเอเชียมากกว่าแบรนด์ห้างทั่วไป

COSMO มีลักษณะเหมือนการรวมร้าน Boutique ขนาดเล็กหลายร้านไว้ในอาคารเดียว โดยมีแบรนด์แฟชั่นและดีไซเนอร์จีนรุ่นใหม่จำนวนมาก

จุดเด่น

  • เจอแบรนด์ที่ไม่ค่อยเห็นในไทย
  • มีทั้งแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องประดับ
  • ร้านแต่ละร้านออกแบบสวย
  • เหมาะกับการหา Inspiration ด้านแฟชั่น
  • มีมุมถ่ายรูปค่อนข้างเยอะ

เหมาะกับใคร?

  • สายแฟชั่น
  • คนชอบ Local Brand
  • คนทำงานด้าน Content หรือ Design
  • คนที่เบื่อห้างซึ่งมีแต่แบรนด์เดิม ๆ
  • คนที่อยากซื้อของที่ดูไม่เหมือนคนอื่น

เดียร์แนะนำให้เผื่อเวลาเดินทีละชั้น เพราะร้านบางร้านมีขนาดเล็กและอาจพลาดได้ง่ายหากเดินเร็วเกินไป

คำค้นสำหรับแผนที่: 成都COSMO


11. Chunxi Road: ย่านที่มาเฉิงตูครั้งแรกควรไป

Chunxi Road หรือ 春熙路 เป็นหนึ่งในย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของเฉิงตู และเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักแวะมาอย่างน้อยหนึ่งครั้ง

บริเวณนี้มีครบแทบทุกอย่าง ได้แก่

  • ร้านอาหาร
  • คาเฟ่
  • ห้าง
  • ร้านเครื่องสำอาง
  • ร้านเสื้อผ้า
  • แบรนด์กีฬา
  • ของฝาก
  • ร้าน Character Goods
  • ร้านอย่าง MINISO และ WOW COLOUR
  • ร้านแบรนด์ต่างประเทศและแบรนด์จีน

Chunxi Road ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มย่านท่องเที่ยวและนันทนาการระดับประเทศ และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านแฟชั่นและช้อปปิ้งของเมือง

ทำไมควรไป?

หากมีเวลาในเฉิงตูไม่มาก ย่านนี้เป็นจุดที่เข้าใจง่าย เดินทางสะดวก และรวมร้านยอดนิยมไว้เยอะ

อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เช่น Taikoo Li และย่านใจกลางเมืองได้

ความรู้สึกจริงจากเดียร์

คนค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะช่วงเย็น วันหยุด และช่วงเทศกาล

หากตั้งใจถ่ายรูปหรือเดินดูร้านแบบไม่เบียดมาก แนะนำให้มาเช้าหรือวันธรรมดา แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศคึกคัก มีไฟและคนเดินเต็มถนน ช่วงเย็นก็สนุกไปอีกแบบ

ใช้เวลาเท่าไร?

อย่างน้อย 2–4 ชั่วโมง แต่สามารถอยู่ได้ทั้งวันหากรวมการกินข้าวและเดินห้างใกล้เคียง

คำค้นสำหรับแผนที่: 春熙路



จัดกลุ่มพิกัดเฉิงตูตามสไตล์การเที่ยว

สำหรับคนมาเฉิงตูครั้งแรก

เริ่มจากสถานที่เหล่านี้ก่อน:

  1. Chengdu Panda Base
  2. Chunxi Road
  3. Dongjiao Jiyi
  4. Fuqin Night Market

จะได้ครบทั้งแพนด้า ใจกลางเมือง วัฒนธรรมวัยรุ่น และของกิน Local

สำหรับสายคาเฟ่และชอบนั่งชิล

  • Li Shanshan Tea
  • You First
  • Wesley Valley
  • คาเฟ่รอบ Dongjiao Jiyi
  • Tianfu Art Park

สำหรับสายช้อปปิ้ง

  • Chunxi Road
  • COSMO
  • MixC Mall
  • Dongjiao Jiyi

สำหรับสายศิลปะและถ่ายรูป

  • Tianfu Art Park
  • Dongjiao Jiyi
  • COSMO
  • พื้นที่ Outdoor ของ MixC

สำหรับนักเรียนไทยที่อยู่เฉิงตู

  • ร้านพระพุทธเจ้าสี่หน้า
  • You First
  • Wesley Valley
  • Fuqin Night Market
  • MixC Mall

ตัวอย่างแพลนเที่ยวเฉิงตู 3 วัน

วันที่ 1: แพนด้าและย่านใจกลางเมือง

ช่วงเช้า: Chengdu Panda Base
ช่วงบ่าย: กลับมาพักและกินอาหารกลางวัน
ช่วงเย็น: Chunxi Road และพื้นที่ใกล้เคียง
มื้อเย็น: เลือกร้านอาหารในย่านใจกลางเมือง

วันนี้ควรเริ่มเช้า เพราะแพนด้ามีแนวโน้มเคลื่อนไหวมากกว่าในช่วงอากาศเย็น


วันที่ 2: ศิลปะ แฟชั่น และย่านวัยรุ่น

ช่วงสาย: Tianfu Art Park
ช่วงบ่าย: เดินทางไป Dongjiao Jiyi
ช่วงเย็น: เดินร้านแฟชั่นและแวะคาเฟ่
มื้อเย็น: Fuqin Night Market

วันนี้เหมาะกับคนชอบถ่ายรูปและเดินเยอะ ควรใส่รองเท้าที่สบาย


วันที่ 3: ช้อปปิ้งและคาเฟ่

ช่วงสาย–บ่าย: MixC Mall
ช่วงบ่าย: แวะ Li Shanshan Tea
ช่วงเย็น: COSMO หรือ Wesley Valley
มื้อเย็น: ร้านอาหารไทย หากเริ่มคิดถึงรสชาติบ้านเรา


การเดินทางในเฉิงตูสำหรับนักท่องเที่ยว

เฉิงตูเป็นเมืองขนาดใหญ่ ระยะทางระหว่างสถานที่อาจไกลกว่าที่เห็นบนแผนที่ จึงไม่ควรวางสถานที่คนละฝั่งเมืองไว้ติดกันมากเกินไป

วิธีเดินทางที่สะดวก

  • Metro: เหมาะกับสถานที่ในเมืองและย่านช้อปปิ้ง
  • Didi: เหมาะกับกลุ่ม 2–4 คน หรือสถานที่ที่อยู่ห่างจากสถานี
  • จักรยานสาธารณะ: เหมาะกับระยะสั้นเมื่ออากาศดี
  • เดิน: เหมาะเฉพาะในแต่ละย่าน เพราะตัวเมืองกว้าง

สำหรับคนมาเที่ยวครั้งแรก เดียร์แนะนำให้ติดตั้ง

  • Alipay
  • WeChat
  • Amap หรือ 高德地图
  • Didi
  • แอปแปลภาษา
  • Dianping สำหรับดูรีวิวร้านอาหาร

ควรบันทึกชื่อสถานที่เป็นภาษาจีนไว้ด้วย เพราะชื่อภาษาอังกฤษบางแห่งอาจค้นไม่เจอหรือเรียกไม่เหมือนกันในแต่ละแอป


มาเฉิงตูช่วงไหนดีที่สุด?

แต่ละฤดูให้ประสบการณ์ต่างกัน

ฤดูใบไม้ผลิ

อากาศค่อนข้างสบาย เหมาะกับการเดินสวนและพื้นที่ Outdoor แต่อาจมีฝนหรืออากาศแปรปรวน

ฤดูร้อน

อากาศร้อนและชื้น ต้องวางกิจกรรมกลางแจ้งไว้ช่วงเช้า และใช้ช่วงบ่ายเดินห้างหรือพิพิธภัณฑ์

ฤดูใบไม้ร่วง

เป็นช่วงที่หลายคนชอบ เพราะอากาศเย็นลง เหมาะกับการเดินเที่ยวและถ่ายรูป

ฤดูหนาว

อากาศเย็นและอาจมีความชื้นสูง ท้องฟ้าบางวันค่อนข้างครึ้ม แต่คนอาจน้อยกว่าช่วงท่องเที่ยวยอดนิยม

ไม่ว่าจะมาฤดูไหน ควรเช็กพยากรณ์อากาศก่อนจัดตาราง เพราะบรรยากาศของเฉิงตูเปลี่ยนได้ค่อนข้างเร็ว


สรุป: เฉิงตูไม่ได้มีแค่แพนด้าและหมาล่า

สิ่งที่เดียร์ชอบเกี่ยวกับเฉิงตูคือ เมืองนี้มีอะไรให้ค้นหาเยอะมาก แต่ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าต้องรีบตลอดเวลา

เราสามารถใช้เวลาช่วงเช้าดูน้องแพนด้า ช่วงบ่ายเดินดูงานศิลปะ เย็นไปช้อป Local Brand แล้วจบวันด้วยการเดินกินของที่ตลาดกลางคืนได้

สำหรับนักท่องเที่ยว เฉิงตูเป็นเมืองที่เที่ยวสนุก กินง่าย และมีทั้งวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความทันสมัย

สำหรับนักเรียน เมืองนี้ก็มีพื้นที่ให้ใช้ชีวิตค่อนข้างครบ ทั้งมหาวิทยาลัย ห้าง คาเฟ่ สวน ตลาด และ Community ของคนรุ่นใหม่

และสำหรับเดียร์ ยิ่งได้กลับมาเฉิงตูหลายครั้ง ก็ยิ่งรู้สึกว่าเมืองนี้ไม่ใช่เมืองที่มาเพียงครั้งเดียวแล้วจบ เพราะทุกครั้งจะมีร้านใหม่ ย่านใหม่ และมุมใหม่ ๆ ให้ค้นพบเสมอ


สนใจมาเรียนหรือเปิดประสบการณ์ที่เฉิงตู?

Chinese Chiwchiw มีทั้งโครงการค่ายระยะสั้น การเรียนภาษาจีน และบริการวางแผนเรียนต่อมหาวิทยาลัยในประเทศจีน

ทีมงานช่วยดูแลตั้งแต่

  • เลือกเมืองและมหาวิทยาลัย
  • วางแผนหลักสูตร
  • สมัครเรียนและสมัครทุน
  • เตรียมเอกสาร
  • ยื่นวีซ่า
  • จัดหาที่พัก
  • เตรียมตัวก่อนเดินทาง
  • ดูแลช่วงเริ่มต้นชีวิตในประเทศจีน

สำหรับน้อง ๆ และผู้ปกครองที่สนใจ เรียนต่อเฉิงตู หรืออยากรู้ว่าเฉิงตูเหมาะกับไลฟ์สไตล์และเป้าหมายของเราหรือไม่ สามารถสอบถามทีม Chinese Chiwchiw ได้เลยค่ะ

Line: @chiwchiw
โทร: 099-485-5511
Facebook: Chinese Chiwchiw

เพราะการเลือกเมืองเรียนต่อไม่ได้ดูเพียงชื่อมหาวิทยาลัย แต่ควรเลือกเมืองที่เราสามารถเรียนรู้ ใช้ชีวิต และเติบโตได้อย่างมีความสุขด้วยค่ะ