เรื่องราวการศึกษาของเดียร์จากเด็กจบ TOP U.​

เรื่องราวการศึกษาของเดียร์จากเด็กจบ TOP U.

วันนี้เดียร์จะมาเกริ่นเรื่องราวชีวิตการศึกษาของเดียร์ ชีวิตของเดียร์ไม่ได้เป็นเส้นทางแบบที่ใครคาดคิด แต่เต็มไปด้วยการตัดสินใจครั้งใหญ่ ความกล้าที่จะเดินออกจากกรอบเดิม ๆ ซึ่งทั้งตัวเดียร์และ คุณแม่ก็พยายาม push ในเรื่อง การศึกษาเดียร์เป็นอย่างมาก เพราะความเชื่อว่าการศึกษาสามารถเปลี่ยนชีวิตคน ๆ หนึ่งได้จริง ๆ เดียร์เติบโตมากับระบบการศึกษานานาชาติจาก Regents International School Pattaya แต่เลือกออกจากห้องเรียนมาตั้งแต่อายุ 14 (Year 10 term 2) เพื่อ homeschool และโฟกัสกับการสอบ IGCSE ให้จบเร็วกว่าปกติ จนสามารถสอบจบระดับเทียบเท่า ม.4 ได้ตั้งแต่อายุเพียง 14 ปี ทำให้เดียร์มีเวลา gap year 1 ปีเต็มในการลองค้นหาตัวเองอย่างจริงจัง
 
ในช่วง gap year นั้นเอง เดียร์ได้มีเวลา pursue music again จนไปสอบ ABRSM Piano grade 5, music theory grade 5 & cello grade 1 อีกทั้งยัง read countless books ranging from all the classics, literatures and non-fiction เดียร์ได้ discover my love for languages and reading จากนั้นคุณแม่ก็ตัดสินส่งเดียร์ไปเรียนภาษาจีนเต็มเวลาที่ประเทศจีนคนเดียวตอนอายุ 15 ในยุคที่ยังแทบไม่มีคนไทยเลือกเส้นทางแบบนี้ ภาษาในตอนนั้นของเดียร์ยังไม่คล่อง แต่ก็ต้องพึ่งพาตัวเองอย่างแท้จริง และพยายามเรียนภาษาจีนให้ได้ (เพราะคุณแม่ไม่ให้กลับมาไทยถ้าไม่ได้ HSK 5 จึงเป็นที่มาของความตั้งใจเรียนจบผ่าน HSK 4 & 5 ในเวลาพียง 1 เทอม)
 
ต่อมาเดียร์ย้ายไปลอนดอนตอนอายุ 16 เพื่อเริ่มเรียน highschool (A-level) ที่โรงเรียนประจำใน South London นี่คือครั้งแรกที่เดียร์มาอยู่ยุโรปและเป็นช่วงเวลาที่ต้องอยู่ไกลบ้านที่สุด โรงเรียนไม่มีนักเรียนไทยเลย (คุณแม่ถึงขนาดต้องโทรไปถามว่ามีคนไทยไหม พอรู้ว่าไม่มีเท่านั้นแหละ รีบส่งไปเลย) เพื่อนส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและนักเรียนจากหลากหลายประเทศ ทำให้เดียร์ใช้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนในชีวิตประจำวัน พร้อมกับเรียนรู้วัฒนธรรม ในปีถัดมาเดียร์ตัดสินใจย้ายไปเรียน sixth form college เนื่องจากมีการเปลี่ยนวิชา A-level และต้องการสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับเป้าหมายของตัวเองมากขึ้น การย้ายโรงเรียนครั้งนั้นสอนให้เดียร์รู้ว่า เรามีสิทธิ์เลือกเส้นทางที่ดีกับตัวเอง แม้จะไม่เหมือนที่คนอื่นคาดไว้ก็ตาม
 
หลังจบ A-level เดียร์เข้าเรียนปริญญาตรีสาขานิติศาสตร์ (LLB Law) ที่ Queen Mary University of London ที่นี่เดียร์ได้สำรวจโลกของกฎหมายอย่างจริงจัง และระหว่างที่เรียนปีหนึ่ง เดียร์ก็เริ่มต้น “ Chinese Chiwchiw เรียนจีน & เรียนต่อประเทศจีน” ในฐานะโปรเจกต์เล็ก ๆ เพื่อสอนภาษาจีนและแชร์ประสบการณ์เรียนต่อจีนให้กับน้อง ๆ (ใครอยากรู้ว่าทำไมมาสอนภาษาจีนและไม่ใช่ภาษาอังกฤษ มาคอมเมนต์ไว้ได้เลย) หลังจากนั้นเดียร์จบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยม และต่อปริญญาโทด้านกฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ (LLM International Business Law) ที่ London School of Economics and Political Science (LSE) LSE Law School พร้อมจบด้วยเกียรตินิยมเช่นกัน ระหว่างเรียนเดียร์ได้เขียนงาน dissertation ด้านกฎหมายอังกฤษและกฎหมายธุรกิจ exploring the employment law and the relationship between law and society ทำให้เข้าใจโครงสร้างของสังคม เศรษฐกิจ และระบบโลกในเชิงลึกยิ่งขึ้น
 
แม้กฎหมายจะให้กรอบคิดที่ชัดเจนต่อ “กติกาของสังคมมนุษย์” แต่สิ่งที่เดียร์ค้นพบว่ารักจริง ๆ คือ “การศึกษา” และ “การได้เข้าใจมนุษย์” ผ่าน Chinese Chiwchiw เดียร์ได้พูดคุยกับนักเรียน ผู้ปกครอง และครูมากมาย เห็นทั้งความฝัน ความกังวล และข้อจำกัดที่แต่ละคนต้องเผชิญ จึงยิ่งเชื่อว่าการศึกษาไม่ใช่แค่เครื่องมือสอบติดมหาวิทยาลัยดี ๆ แต่คือฐานสำคัญของโอกาส ทำให้คนหนึ่งคนมี “ทางเลือกในชีวิต” มากขึ้น
 
เดียร์ถือว่าตัวเองเป็นคนหนึ่งที่โชคดีและมีอภิสิทธิ์มาก ที่ได้ออกไปเห็นโลก เรียนในหลายประเทศ ทำโปรเจกต์หลากหลาย และจบจากมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง LSE ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เดียร์อยากส่งต่อโอกาสแบบเดียวกันให้กับเด็กไทยคนอื่น ๆ ด้วย เมื่อครั้งที่เดียร์สมัครเรียน LSE เดียร์ได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจาก ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ศิษย์เก่าผู้ใช้การศึกษาและทุนของตนเองสร้างโอกาสให้คนไทยไปเรียนต่อต่างประเทศ คำขวัญของ LSE คือ “rerum cognoscere causas – to know the causes of things” ซึ่งสะท้อนเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยในการทำงาน “เพื่อพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น” แนวคิดนี้เองที่เดียร์อยากนำมาสานต่อผ่าน Chinese Chiwchiw
 
ทุกวันนี้ Chinese Chiwchiw จึงไม่ใช่แค่ธุรกิจของเดียร์ แต่เป็นวิธีที่เดียร์ใช้ประสบการณ์ ความกลัว ความกดดัน และโอกาสที่เคยได้รับ กลับไปสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เข้าถึงง่าย เป็นกันเอง และจริงใจกับผู้เรียนเสมอ ภายใต้ motto ที่เดียร์ยึดมาตลอดว่า
 
“Make education easy and easily accessible.”
 
เพื่อให้การศึกษาเป็นสิ่งที่ “จับต้องได้” สำหรับเด็กไทยมากที่สุด และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่พวกเขาเลือกด้วยตัวเองค่ะ
 

Discover more from CHINESE CHIWCHIW

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading